เคล็ดลับออมเงิน

เป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน หากว่าเรามีรายรับที่ไม่เพียงพอกับรายจ่าย หรือเมื่อถึงยามฉุกเฉินต้องใช้เงินแล้วเงินออมไม่เพียงพอ สถานการณ์เหล่านี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง การออมเงินเป็นเรื่องสำคัญวันนี้เราจึงอยากนำเสนอเคล็ดลับออมเงิน ที่ได้ผลชะงัด รับรองว่าเงินไม่รั่วไหลแน่ๆ จะมีทีเด็ดอะไรมาติดตามกันเลย 1.คิดที่จะออมก่อนคิดที่จะใช้ ประการแรกนี้เป็น เคล็ดลับออมเงิน ที่สำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม หากความคิดที่จะเก็บหรือออมเงินไม่นำหน้าแล้วล่ะก็ คุณไม่มีมีทางที่จะออมเงินได้เลย เพราะคุณต้องไม่ลืมว่ารายจ่ายมีอยู่ตลอด คุณพร้อมที่จะใช้เงินตลอดเวลา ดังนั้นต้องคิดใหม่ให้พร้อมที่จะออมเงินตลอดเวลาแทนที่จะใช้เงินตลอดเวลา 2.ออมให้เป็น วิธีการและสูตรการออมเงินของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ตามรายได้ ภาระ สภาวการณ์ แต่เราควรจะหาสูตรเฉพาะของตัวเราเองไว้ด้วย เพราะถ้าเรามีสูตรเฉพาะการออมเงินของเราจะสม่ำเสมอ นั่นเท่ากับว่าเราออมเงินเป็น ข้อนี้จึงเป็นเคล็ดลับออมเงิน อีกข้อที่ไม่ควรมองข้าม หากยังไม่รู้จะใช้สูตรไหนวิธีไหนดี เราขอเสนอวิธีหนึ่งที่หลายๆคนใช้กันอยู่ สูตรนี้ก็คือ ออมเงิน ? ของรายได้ เช่น หากคุณได้เงินเดือน 15,000 บาท คุณก็ควรออมเงินให้ได้ ? ของ 15,000 นั่นคือ 3,000 บาท เป็นต้น และถ้าหากว่าฐานเงินเดือนคุณสูงขึ้นสัดส่วนเงินออมก็ต้องปรับสูงตามขึ้นไปด้วย 3.จัดระเบียบค่าใช้จ่าย เมื่อเราคิดที่จะออม และ เลือกวิธีเฉพาะของเราในการออมแล้ว เคล็ดลับออมเงินข้อต่อมาเราก็ต้องมาทำการจัดระเบียบค่าใช้จ่ายของเรา ทำทุกอย่างให้มีสัดส่วนที่พอเหมาะ ทำรายการรายจ่ายหลักๆที่จำเป็นไว้ ระวังค่าใช้จ่ายยิบย่อย […]

เครดิตดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง

คุณเคยพบเจอปัญหาเหล่านี้บ้างหรือไม่? สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่านเพราะติด Blacklist หรือยื่นกู้ธนาคารซื้อบ้าน ซื้อรถไม่ผ่าน เพราะไม่เคยมีประวัติธุรกรรมการเงินเลย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าหากคุณมีวินัยทางการเงินมากพอ วินัยทางการเงิน หมายถึง มีวินัยในการใช้จ่าย ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยมากเกินกว่ารายได้ รวมถึงมีเงินออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน แต่อยากซื้อ Mac book ที่รคา 35,000 บาท ถึงแม้ว่าจะใช้โปรผ่อน 0% ของบัตรเครดิตได้ก็ไม่ควรใช้หากว่าเงินที่เก็บมายังมีไม่เท่ากับมูลค่าของที่จะซื้อ คุณควรเก็บเงินให้ได้อย่างน้อย 35,000 บาทขึ้นไปก่อน แล้วถึงคิดจะซื้อ อย่าลืมว่าในโลกแห่งความเป็นจริง “เครดิตดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” หากเครดิตไม่ดีการทำธุรกรรมครั้งต่อไปก็จะยากมากขึ้นด้วย แล้วทำไมผ่อน 0% ถึงต้องใช้เงินเก็บละ? ก็เพราะ ถ้าคุณยังไม่มีเงินเก็บเลย แล้วคุณมีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน ก็หมายความว่าถึงจะไม่มีดอกเบี้ยในการผ่อน 10 เดือน แต่คุณก็ต้องดึงเงินที่ได้รับในอนาคตมา 3,500 บาท ตลอด 10 เดือน เพื่อมาชำระหนี้ แล้วถ้าในระหว่างนั้นเกิดมีความจำเป็นต้องใช้เงินพอดีละ เช่น ต้องพาพ่อ […]

วีธีการสร้างอิสระภาพทางการเงิน

ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการอิสรภาพ เพราะอิสรภาพหมายถึงความเป็นตัวของตนเอง อยู่ได้ด้วยตนเอง ตัดสินใจได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับใคร และยิ่งเป็นอิสรภาพทางการเงินก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน เพราะมันไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ร่ำรวยเท่านั้นแต่มันเป็นความมั่งคั่งความมั่นคงตลอดไปต่างหาก อิสรภาพทางการเงินไม่ได้เป็นสิ่งที่เราจะสามารถสร้างขึ้นมาได้เพียงวันเดียว แต่จะต้องมีความเพียรพยายามหมั่นสะสมและสร้างมันขึ้นมา โดยวิธีที่จะทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องสร้างนิสัยต่อไปนี้ให้ได้ คือ จะต้องรู้จักการออมเป็นให้เป็นนิสัย โดยจะต้องมีวินัยในการออม รู้จักออมอยู่อย่างสม่ำเสมอ และควรจะต้องตั้งเป้าหมายในการออมด้วย อย่างเช่น อีก 10 ปี จะต้องมีเงินออมให้ได้ หนึ่งล้านบาท เป็นต้น และเมื่อมีเงินออมมากพอแล้วก็ควรนำเงินออมเหล่านั้นไปลงทุน เพื่อให้เงินออมเหล่านั้นงอกเงินเพิ่มพูนขึ้นมาด้วยตัวมันเอง หรือที่เรียกกันว่า นำเงินมาต่อเงินนั่นเอง และต้องรู้จักเรียนรู้การลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งควรการลงทุนในหลายๆ แหล่งเพื่อที่จะทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนนั่นเอง เพราะเมื่อเราล้มเหลวจากการลงทุนในแหล่งหนึ่ง เราก็ยังมีอีกหลาย ๆ แหล่งที่พอจะมาทดแทนกันได้ แต่หากว่ายังไม่เก่งเรื่องการลงทุน หรือไม่มีความมั่นใจที่จะลงทุนหรือกลัวความเสี่ยง เราก็สามารถเลือกที่จะลงทุนกับตนเองในการสร้างความรู้ความสามารถในสายงานอาชีพของเราเอง เพื่อให้เกิดความชำนาญในสายงานของเรามากกว่าคนอื่น ซึ่งจะทำให้เราเป็นต่อในการแข่งขันในสายงานของเรานั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังจะต้องหยุดนิสัยการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเพราะการจ่ายในสิ่งของที่ไม่จำเป็นอาจจะทำให้เราไม่เหลือเงินไว้เก็บออมหรืออาจจะทำให้เป็นหนี้เป็นสินก็ได้ และควรรู้จักการสร้างรายได้หลายๆทาง โดยเราจะต้องพยายามสร้างรายได้ให้มากขึ้นกว่ารายได้ประจำ เพราะการสร้างรายได้จากช่องทางอื่น ๆ อาจจะทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเงินใช้เมื่อลาออกจากงานประจำ และต้องพยายามสร้างรายได้ให้มากกว่าค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือนเพื่อให้สามารถเหลือเงินเก็บไว้สำหรับออม และที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องเริ่มทำทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะว่ายิ่งมีเวลาในการสะสมมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้มูลค่าการสะสมมากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง จะเห็นได้ว่าการสร้างอิสรภาพทางการเงินนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสารมารถ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายที่จะลงมือเลย ดังนั้นเราจะต้องมีความมุมานะพยายามตั้งใจและจะต้องตั้งเป้าหมายของเราให้ได้ว่าเราอยากจะมีอิสรภาพทางการเงินเมื่ออายุเท่าไหร่ และจงลงมือทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าคุณสามารถทำได้เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคตแน่นอน

เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำต่างกันอย่างไร

หากใครที่กำลังคิดจะเริ่มเก็บออมเงินโดยวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องความเสี่ยง เชื่อว่าเบื้องต้นทุกคนคงมองหาการฝากเงินไว้กับธนาคารแน่นอน เพราะเป็นวิธีที่ง่ายสะดวกและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด โดยการฝากเงินกับธนาคารที่มักจะได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่เงินฝากสองประเภท คือ เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ นั่นเอง โดยเงินฝากออมทรัพย์ คือบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจะไม่กำหนดจำนวนในการฝากถอน ไม่กำหนดระยะเวลาและจำนวนครั้งในการฝากถอนเช่นกัน ส่วนมากมักใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต และสามารถใช้หักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆได้ โดยบัญชีประเภทนี้มักจะกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่สูงมาก แต่ผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็มักจะค่อนข้างต่ำและคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ดังนั้นบัญชีประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินในระยะสั้น และมีสภาพคล่องที่ต้องเผื่อไว้ในกรณีที่จะทยอยถอนเงินออกมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยส่วนมากแล้วผู้ที่ทำงานประจำในองค์กรหรือบริษัทต่าง ๆ จะต้องเปิดบัญชีประเภทออมทรัพย์ เพื่อให้องค์กรหรือบริษัทนั้น ๆ โอนเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากประเภทนี้ และบัญชีเงินฝากประเภทนี้ยังเหมาะสำหรับนักธุรกิจหรือผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ อีกด้วย แต่เงินฝากประเภทออมทรัพย์มักจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีระเบียบวินัยในการออม เพราะอาจจะทำให้เผลอนำเงินที่ต้องการจะฝากไปใช้โดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับเงินฝากประจำ เป็นบัญชีเงินฝากที่ธนาคารจะมีกำหนดระยะเวลาการฝากถอนที่แน่นอน เช่น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 5 ปี และมีการจูงใจด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ธรรมดา ซึ่งถ้าฝากไม่ถึงระยะเวลากำหนดก็อาจจะไม่ได้รับดอกเบี้ย หรือหากถอนก่อนกำหนดก็จะได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ากำหนด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละรูปแบบที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะสามารถนำเงินที่ได้จากเงินฝากประจำนี้ไปใช้ประโยชน์หรือลงทุนตามระยะเวลาการรับฝาก โดยไม่ต้องสำรองเงินไว้เหมือนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพราะหากผู้ฝากอยากได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไข ก็จะต้องฝากให้ครบกำหนดและไม่ถอนเงินออกจากบัญชีนี้ก่อนกำหนด บัญชีประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงิน​แต่ยังไม่ต้องการใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือต้องการออมเงินระยะยาวและหวังผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ นั่นเอง การเลือกออมเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำต่างก็มีข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเงินฝากประเภทไหนที่จะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการในการนำไปใช้ประโยชน์ของผู้ฝากมากที่สุดนั่นเอง

ออมเงินในคนวัยทำงาน

ปัญหาการกู้หนี้ยืมสินมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวในปัจจุบัน เพราะมีของที่ล่อตาล่อใจให้หลงงมงายไปกับการจับจ่าย ยิ่งคนเรามีเครดิตมากเท่าไร่ยิ่งทำให้จ่ายง่ายเท่านั้น และหลงลืมคำว่าออมเงินนั้นเป็นช่องทางเดียวที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากพันธนาการด้านหนี้สิน นิสัยการออมเงินพบได้มากสุดในคนวัยทำงาน คนกลุ่มนี้เมื่อได้เงินมักหมดไปกับการสังสรร การท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการ บางคนดีหน่อยเริ่มรู้ตัวว่าตัวชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็ต้องหาวิธีปรับวิธีการใช้เงินด้วยการวางแผนการใช้เงินต่อเดือน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายออมเงินในคนวัยทำงาน ควรเริ่มจากสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ การลงมือจริงจังกับการวางแผนการเงินด้วยการออมเงิน.. ยิ่งย่อยในหลักวันได้เท่าไหร่ คุณจะไปถึงฝั่งฝันได้มากเท่านั้น แต่ถ้าสตริคไป ลองวางแผนการเงินต่อเดือนดูก่อนก็ได้ ซึ่งคุณควรแบ่งรายจ่ายให้ชัดเจน โดยใหญ่ๆ แบ่งเป็นสามส่วน คือ หนึ่ง.. รายจ่ายตายตัว ได้แก่ ค่าเช่าบ้าน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ สอง..รายจ่ายผันแปร รายจ่ายแบบนี้มีความไม่แน่นอนด้วยเพราะเปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน และสุดท้าย รายจ่ายฟุ่มเฟือย ส่วนนี้เองที่แทบจะกินเงินรายได้ของคุณไปทั้งหมด และยังเป็นตัวการทำให้คุณใช้เงินเกินตัว ไม่ว่าจะเป็น ซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า สมาร์ทโฟฯ เป็นต้น การแบ่งรายจ่ายให้เห็นชัดเจนจะช่วยให้ทราบสัดส่วนของรายจ่าย และเป็นการคอนโทรลไม่ให้คุณใช้เงินเกินไปจากรายจ่ายนี้ เทคนิคที่สำคัญคือ การแบ่งเงินไว้สำหรับจ่ายรายจ่ายที่ตายตัวก่อนเป็นสิ่งแรก แล้วจึงเก็บ 10% ของเงินเดือนทั้งหมด และเมื่อเข้าสู่กระบวนการการออมเงิน ก็ใช่เพียงแค่เก็บหยอดใส่กระปุก คุณควรมีเทคนิคนิดหน่อยด้วยการศึกษาดูว่ารูปแบบการออมไหนที่ให้ประโยชน์คุ้มค่า […]

อยากมีเงินเก็บออมทำอย่างไรดี

ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ข้าวของก็พากันขึ้นราคาไปเสียหมด จะเติมน้ำมันแต่ละทียังต้องคิดแล้วคิดอีก ซึ่งสวนทางกับรายได้อันน้อยนิด แต่ละวันจะเดินไปทางไหนก็มีแต่สียงบ่นว่าของแพงๆเต็มไปหมด ยิ่งถ้าหาเช้ากินค่ำแบบพ่อค้าแม่ค้า คนรับจ้างทั้งหลายแล้ว เรียกได้ว่าเงินที่หามานั้นแทบจะไม่พอเลยทีเดียว และในยุคที่เศรษฐกิจแบบนี้แล้ว หลายคนคงมีคำถามในใจว่า จะทำอย่างไรในการลดค่าใช้จ่ายลง และมีเงินเก็บได้บ้าง? วิธีการที่เราแนะนำต่อไปนี้อาจดูยุ่งยากและทำตามลำบาก แต่หากทำตามได้แล้วนอกจากจะทำให้มีเงินเก็บมากมาย ยังทำให้มีวินัยในการใช้เงินได้อีกด้วย ข้อแรก การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หากมีคำถามว่า ทำไมต้องทำ ทำไปแล้วได้อะไร ขอบอกว่า การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายนั้นจะช่วยให้เรามองเป็นการใช้เงินในแต่ละวันได้อย่างละเอียด เวลาเราใช้จ่ายอะไรไปบ้างนั้นจะได้พิจารณาว่าเป็นการใช้จ่ายอย่างเหมาะสมหรือไม่ และทำให้ได้รู้ว่าเราควรลดค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง ข้อที่สอง ไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัว บงคนพอทำงานเสร็จมักจะไปเลี้ยงสังสรรค์กันเสมอ หรือการใช้เงินซื้อของใช้ที่มีมูลค่าราคาแพง เพียงเพราะต้องการอวดคนอื่นว่าใช้ของแพง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้หากงดได้จะทำให้เงินเก็บมีมากขึ้น ข้อที่สาม หมั่นเก็บออมและประหยัด แต่ละเดือนหากมีเงินเหลือหรือทำงานพิเศษได้รายได้มาก ก็ควรแบ่งเก็บออมไว้ โดยการนำไปฝากที่ธนาคาร แถมยังได้ดอกเบี้ยอีกด้วย เป็นการสร้างนิสัยในการออม ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย ก็สามารถนำเงินนั้นมาเป็นค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย ข้อที่สี่ ใช้บริการรถสาธารณะให้เป็นประโยชน์ เดี๋ยวนี้ค่าน้ำมันลิตรหนึ่งก็แพงแสนแพง จะไปทำงานแต่ละวันก็หมดค่าน้ำมันไปหลายร้อยบาทแล้ว ลองตื่นเช้าๆสักวันแล้วขึ้นรถสาธารณะไปทำงานแทนจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมาก ถึงแม้จะไม่มีความสะดวกสบายเหมือนการขับรถส่วนตัวเองก็ตามที ข้อที่ห้า เศรษฐกิจพอเพียง เราคงเคยได้รู้มาบ้างแล้วเกี่ยวกับคำสอนของ พระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งพระองค์ทรงสอนให้เรารู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่น้อยคนนักที่จะปฏิบัติตาม การใช้ชีวิตแบบพอเพียงนั้นเราสามารถปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้ […]

อยากขอสินเชื่อบ้าน ต้องเตรียมตัวอย่างไร

หลายคนคงมีความฝันที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังหนึ่ง ด้วยเป็นพนักงานประจำธรรมดาๆ กว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านได้สักหลังมีหวังต้องใช้เวลาเป็นชาติแน่ แต่ยุคสมัยนี้สถาบันทางการเงินต่างๆทำให้ความฝันในการซื้อบ้านเป็นจริงได้ ด้วยการขอสินเชื่อบ้าน ซึ่งสินเชื่อบ้านนี้มีให้บริการในทุกๆสถาบันการเงิน แต่เราจะต้องวางแผนให้ดีก่อนที่จะไปขอสินเชื่อ เพราะหากเตรียมตัวมาไม่ดีแล้ว อาจจะทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่านได้ โดยสิ่งแรกคือการเช็คความพร้อมสถานะการเงินของตัวเองก่อนว่ามีรายได้มากพอที่จะหมุนเวียนผ่อนชำระสินเชื่อได้หรือไม่ แล้วมีหนี้สินอะไรติดค้างอยู่รึเปล่า หักลบรายรับรายจ่ายแล้วพอมีเงินเหลือบ้างไหม ลองคำนวณค่างวดที่จะผ่อนส่งทุกเดือนด้วย หากสถานะทางการเงินดีไม่มีอะไรติดขัดก็ทำให้ขอสินเชื่อผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว ต่อมาข้อที่สอง ก็คือ ความพร้อมทางด้านเอกสารต่างๆ ควรตรวจเช็คข้อมูลให้ดีว่า สถาบันการเงินต้องการเอกสารอะไรบ้าง อย่าเตรียมไปมั่วซั่ว ต้องเตรียมพร้อมเสมอ มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น โฉนดที่ดิน ติดไปด้วย ที่สำคัญในการพิจารณานั้นคือ Statement ยอดเงินในบัญชี ซึ่งควรมีการอัพเดทอยู่เสมอ เวลาถอนเงินอย่าถอนจนเกลี้ยงบัญชี และควรมีเงินคงเหลือในสมุดบัญชีไม่น้อยกว่า 1/3 ของยอดเงินคงเหลือ ข้อที่สาม การที่ไม่ปล่อยให้ประวัติของตนเองเสียก็สำคัญเช่นกัน หากตอนนี้มีบัตรเครดิตก็ควรส่งค่างวดให้ตรงเวลา อย่าปล่อยให้เป็นหนี้สิน หรือติดบัญชีดำเครดิตบูโรเด็ดขาด ควรเคลียร์หนี้สินให้หมดก่อน 6 เดือน ข้อที่สี่ ควรมีแหล่งรายได้ที่ชัดเจนและความสามารถในการชำระหนี้ เป็นหัวใจสำคัญในการขอสินเชื่อ เพราะทางสถาบันการเงินมุ่งหวังดอกเบี้ยจากการกู้ยืม ทางสถาบันการเงินจะดูความสามารถในการชำระหนี้ได้เป็นหลัก ซึ่งการที่ไม่รู้แหล่งรายได้นั้นจะทำให้พิจารณาคำนวณความสามารถในการชำระหนี้ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้ปฏิเสธในการขอสินเชื่อได้ การนำเอกสารยืนยันรายได้ ไม่ว่าจะเป็นสลิปเงินเดือน ใบรับรองพนักงาน จะทำให้สถาบันการเงินพิจารณาได้ง่ายขึ้น ข้อที่ห้า การสั่งจ่ายเช็คคืน ต้องไม่มีประวัติเช็คเด้ง […]

สินเชื่อเงินสดคืออะไรและธนาคารพิจารณาจากอะไร

ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน ร้อยทั้งร้อยจะต้องพบเจอปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่เมื่อสถานการณ์การเงินไม่สู้ดี หนี้เริ่มมากกว่ารายรับ ส่อแววว่าชักจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว และหากกำลังมองหาเสินเชื่อ ก็ควรไตร่ตรองอย่างรอบคอบเสียก่อน เพราะทุกอย่างไม่มีดีไม่มีเสีย หากคุณกำลังสนใจสินเชื่อเงินสด ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า สินเชื่อก็คือเงินทอง สินทรัพย์ ที่ต่างฝ่ายทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ต่างทำสัญญาเพื่อให้ยืมเงิน แต่ก็ต้องชดใช้หรือชำระ การแบ่งสินเชื่อนั้นสถาบันการเงินก็จะแบ่งออกไปตามวัตถุประสงค์ เช่น สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือเงินที่ให้กู้โดยมีหลักทรัพย์ประกันการกู้ยืมนั้นๆ โดยที่หลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีมูลค่าเท่ากับหรือสูงกว่ายอดจำนวนเงินที่กู้ก็ได้ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือไม่มีหลักทรัพย์ใดๆ มาเป็นเครื่องการการันตี ที่เห็นได้ชัดเจนและเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ก็คือ บัตรเครดิต อย่างไรก็ดี สินเชื่ออาจแบ่งจากระยะเวลาได้ด้วย คือ สินเชื่อระยะยาวเป็นเงินที่ให้ก้อนใหญ่ทีเดียวแล้วค่อยผ่อนชำระคืนทีหลัง เช่น ผ่อนซื้อบ้าน เป็นต้น ส่วนสินเชื่อเงินกู้ระยะสั้น จะมีระยะเวลาไม่เกินสามปี แต่ด้วยสภาพของโลกได้เปลี่ยนไปอย่างมาก สินเชื่อที่กล่าวมาทั้งหมด แทบจะไม่ตอบโจทย์มนุษย์เงินเลยแม้แต่น้อย จึงมีสินเชื่อที่แตกรูปแบบมาอีกมากเพื่อให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่และไลฟสไตล์ใหม่ๆ เช่น สินเชื่อเงินสด บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เป็นต้น หากใครก็ตามสนใจสนใจสินเชื่อเงินสด ก็ไม่ยากอีกต่อไป แค่เดินไปที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ Non-Bank แล้วขอทำเรื่อง ส่วนใหญ่หากคุณไม่มีประวัติเน่า ก็ไม่ยากที่จะอนุมัติ แต่อย่างไรเสีย ก็ไม่ใช่ทุกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่จะ say yes […]

ใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์จากสภาวะเงินเฟ้อ

สภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) คือ สภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปในระบบเศรษฐกิจสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลทำให้มูลค่าของเงินที่เราถืออยู่มีค่าลดลง โดยภาวะเงินเฟ้ออาจมีสาเหตุมาจาก ต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการสูงขึ้นเรื่อย ๆ หรือสภาวะที่ความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย และสุดท้ายอาจเกิดจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขอระบบเศรษฐกิจนั่นเอง และเมื่อใดที่ระบบเศรษฐกิจเกิดสภาวะเงินเฟ้อก็ย่อมจะส่งผลให้เกิดผลกระทบที่ตามมาแน่นอน ผลกระทบที่ตามมาจากสภาวะเงินเฟ้อก็อาจจะมีทั้งบวกและลบ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบนั่นเอง โดยสภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลให้ความต้องการถือเงินของประชาชนต้องขึ้นอยู่กับการคาดคะเนราคาสินค้าหรือค่าของเงินเสมอ เพราะเมื่อค่าของเงินยิ่งต่ำ ประชาชนก็จะยิ่งพยายามถือเงินให้น้อยลง โดยจะมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้สภาวะเงินเฟ้อยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการกระจายรายได้ คือ ผู้ที่มีรายได้ประจำคงที่หรือรายได้ตายตัวจะเสียเปรียบ เนื่องจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะสูงขึ้นเพราะสินค้าและบริการต่าง ๆ ราคาสูงขึ้นแต่รายได้ที่เป็นตัวเงินยังคงเท่าเดิม ทำให้รู้สึกว่ารายได้ลดลงเมื่อเทียบกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่มีรายได้จากการค้ากำไร หรือพวกพ่อค้านักธุรกิจจะได้ประโยชน์จากการได้กำไรในสินค้าหรือบริการที่ราคาสูงขึ้น นอกจากนี้สภาวะเงินเฟ้อยังทำให้พวกลูกหนี้ได้เปรียบและทำให้พวกเจ้าหนี้เสียเปรียบ เนื่องจากส่งผลให้จำนวนเงินที่ลูกหนี้จะนำไปชำระหนี้คืนจำนวนเท่าเดิมนั้นกลับมีมูลค่าที่ลดลง ไม่เพียงแต่เท่านี้ สภาวะเงินเฟ้อยังทำให้ผู้ถือทรัพย์สินที่เป็นตัวเงินแน่นอน เช่น เงินสด เงินฝากประจำ หุ้นกู้ นั้นเสียเปรียบ เพราะเงินค่าของเงินลดลง ในขณะที่ผู้ถือทรัพย์สินที่มีราคาไม่แน่นอนมักจะได้เปรียบ เพราะราคาของทรัพย์สินมักจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาสินค้าและบริการในตลาด เช่น ที่ดิน อาคารบ้านเรือน เครื่องมือเครื่องจักร เป็นต้น นอกจากผลกระทบต่อประชาชนแล้ว รัฐบาลเองก็มักจะได้รับประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อ คือ เมื่อประชาชนมีรายได้ที่เป็นตัวเงินเพิ่มสูงขึ้น ก็จะเก็บภาษีได้มากขึ้น ส่วนทางด้านรายจ่ายของรัฐบาลนั้นถ้ายังเป็นรายจ่ายที่คงที่ เช่น เงินเดือน, […]

สถาบันการเงินไทย

ถ้าพูดถึง “สถาบันการเงิน” คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงธนาคารต่าง ๆ แต่ความจริงแล้วธนาคารก็เป็นแค่หนึ่งในสถาบันการเงินเท่านั้นเอง เพราะสถาบันการเงินก็คือ สถาบันที่ทำหน้าที่ระดมเงินออม  และให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ที่ต้องการเงิน เพื่อนำไปใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น อุปโภคบริโภค การซื้อบ้านซื้อรถ หรือเพื่อการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน สถาบันการเงินถือเป็นตัวกลางระหว่าง ผู้ที่มีรายได้ที่ต้องการจะเก็บออมเงินไว้และผู้ที่ต้องการเงินทุนเพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ โดยสถาบันการเงินจะระดมเงินออกจากประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ กันและจะจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ที่ออมเงินเป็นผลตอบแทน นอกจากนี้จะนำเงินที่ได้จากการออมเหล่านั้นไปให้ผู้ที่ต้องการกู้ยืมเงินเพื่อไปใช้จ่ายหรือลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งจะคิดดอกเบี้ยจากผู้ที่กู้ยืมนั่นเอง โดยสถาบันการเงินสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ สถาบันการเงินประเภทธนาคาร สถาบันการเงินประเภทไม่ใช่ธนาคาร และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สถาบันการเงินประเภทธนาคาร ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ถูกตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 ให้มีฐานะเป็นธนาคารกลางของประเทศ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลระบบการเงินการธนาคารต่าง ๆ ของประเทศไทย และถือเป็นสถาบันการเงินที่ดำเนินการโดยไม่แสวงหาผลกำไร และไม่มีแข่งขันกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ของเอกชน นอกจากนี้สถาบันการเงินประเภทธนาคารยังรวมไปถึง ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงินภาคเอกชนที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศไทย เพราะมีปริมาณเงินฝากและจำนวนเงินให้กู้ยืมสูงสุดเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่นๆ ธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น สถาบันการเงินประเภทไม่ใช่ธนาคาร […]